http://www.techcotruck.com
สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com

 หน้าหลัก

 รูปสินค้า

 ลงประกาศซื้อ-ขาย

 พูดคุย-แลกเปลี่ยน

 ติดต่อเรา

เฟสบุ้ค

10000 รู้ ... มิสู้ รู้ปล่อยวาง เพียงเรื่องเดียว ^.^

(อ่าน 22071/ ตอบ 343)

PP

10000 รู้ ... มิสู้ รู้ปล่อยวาง เพียงเรื่องเดียว ^.^

ข้อคิดดีๆ จาก "รอยตะปู"



เด็กน้อยคนหนึ่งอารมณ์ไม่ค่อยจะดีพ่อของเขาจึงให้ตะปูกับเขา 1 ถุงและบอกเขาว่า ทุกครั้งที่ลูกรู้สึกไม่ดี โมโห หรือโกรธใครก็ตาม ให้ตอกตะปู 1 ตัวลงไปที่รั้วหลังบ้านก็แล้วกัน วันแรกผ่านไปเด็กน้อยตอกตะปูเข้าไปที่รั้วถึง 37 ตัว วันที่ 2 และ วันที่ 3 และแต่ละวันที่ผ่านไป ผ่านไปจำนวนตะปูก็ค่อยๆลดลง ลดลงๆ เพราะเด็กน้อยรู้สึกว่า การรู้จักควบคุมตัวเองให้สงบ ง่ายกว่าการตอกตะปูตั้งเยอะ




แล้ววันหนึ่ง หลังจากที่เขาสามารถ ควบคุมตัวเองได้ดีขึ้น ใจเย็นมากขึ้น เขาเดินไปหาพ่อเพื่อบอกว่า เขาคิดว่าเขาไม่จำเป็นที่ต้องตอกตะปูอีกแล้ว เพราะเขาได้เปลี่ยนไปแล้ว เขาสามารถควบคุมตัวเองได้ดีขึ้น ไม่มุทะลุเหมือนแต่ก่อนแล้ว



พ่อยิ้มแล้วบอกลูกชายว่า ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงๆ ลองพิสูจน์ให้พ่อดู ทุกๆครั้งที่ลูกสามารถควบคุมอารมณ์ฉุนเฉียวของตัวเองได้ให้ถอนตะปูออกจากรั้วหลังบ้านที่ละ 1 ตัว วันแล้ววันเล่า เด็กชายก็ค่อยๆถอนตะปูออกทีละตัว ๆ จนในที่สุด วันหนึ่งตะปูทั้งหมดก็ถูกถอนออกเด็กชายดีใจมากรีบวิ่งไปบอกพ่อของเขาว่า ผมทำได้แล้วครับในที่สุดผมก็ทำได้สำเร็จ




พ่อไม่ได้พูดว่าอะไร แต่จูงมือลูกของเขาไปที่รั้วนั้น แล้วบอกลูกทำได้ดีมากทีนี้ลองมองกลับไปที่รั้วสิ เห็นมั๊ยว่ารั้วมันไม่เหมือนเดิมมันไม่เหมือนกับที่มันเคยเป็นก่อนหน้านี้ ลูกจำไว้นะ ว่าเมื่อไหร่ที่เราทำอะไรลงไปด้วยการใช้อารมณ์ สิ่งนั้นมักจะเกิดรอยแผล เหมือนกับการเอามีดไปกรีดหรือแทงใครเข้า ต่อให้ใช้คำว่า..ขอโทษ..สักกี่หนก็ไม่อาจจะลบรอยแผลหรือความเจ็บปวดที่เกิดกับเขาคนนั้นได้ ลูกจงจำคำว่า ..ขอโทษ..ไว้เสมอนะ ไม่ว่าเขาจะยกโทษให้เรา หรือ ไม่ก็ตามนะจำไว้อีกด้วยว่า สิ่งที่มันเกิดขึ้น รอยร้าวที่เกิดขึ้นกับเขาเขาอาจจะไม่มีวันลืมมันได้......ตลอดไป



สิ่งที่สำคัญคือ รู้ทันความโกรธให้เร็วที่สุด ทันทีที่สติรู้ทันว่า เราปล่อยให้ความโกรธครอบงำ อย่างน้อยมันจะหยุดเพ่งโทษคนอื่นวางความยึดมั่นว่าเราถูกลงเป็นจุดเริ่มต้นของการแก้ไขสถานการณ์ดีกว่าปล่อยให้ความยึดว่า ตัวเองถูกเสมอ หรือฐิทิมานะมาทำลายทุกอย่างรวมทั้งชีวิตตัวเราเอง



อย่าลืมแชร์ บทความดีๆ ให้เพื่อนคุณอ่านล่ะ ^^


PP


................  วัฏจักร  .................

PP


......... ฝึกลำบากก่อน จะสุขสบายในภายหลัง .........

PP

PP


... ยิ่งให้ ยิ่งได้    ยิ่งหวง  ยิ่งอด  หมดก็ไม่มา  ถ้าเราไม่หวง เราก็ไม่อด 


หมดก็มีมาใหม่เรื่อยๆๆ ....


หลวงพ่อเดิม 

PP

PP

PP

pp


..... พร หลวงปู่ดู่ .....

PP


ฝึกคิด นอกกรอบ  ...เพราะ เหมือนคือ ไม่แตกต่าง...



ผู้จัดการของตึกสำนักงานใหญ่แห่ง ได้รับคำตำหนิอย่างมากเกี่ยวกับความเชื่องช้าของลิฟต์ในตึก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาทำงาน เนื่องจากบางบริษัทที่เช่าสำนักงานอยู่ในตึกนี้ขู่ว่าจะย้ายไปอยู่ที่อื่น ถ้าหากทางผู้จัดการยังไม่แก้ปัญหาดังกล่าว ทางผู้จัดการจึงตัดสินใจว่าจะต้องแก้ไขปัญหานี้อย่างเร่งด่วน


ผู้จัดการได้เรียกประชุมกลุ่มวิศวกรที่ปรึกษา ที่มีความชำนาญในการออกแบบระบบลิฟต์ หลังจากที่พวกเขาสำรวจเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว ทางวิศวกรจึงเสนอวิธีแก้ไขด้วยกัน 3 แบบ คือ


1. เพิ่มจำนวนลิฟต์


2. เปลี่ยนลิฟต์ที่มีอยู่บางตัวด้วยลิฟต์ที่วิ่งเร็วกว่า


3. ติดตั้งระบบควบคุมคอมพิวเตอร์เพื่อใช้ควบคุมการทำงานของลิฟต์ทั้งหมดให้เร็วขึ้น


ทางวิศกรที่ปรึกษาได้คำนวณค่าใช้จ่าย และประโยชน์โดยวิธีการทั้ง 3 ข้อนี้ พวกเขาสรุปได้ว่า การเพิ่มจำนวนลิฟต์หรือการเปลี่ยนลิฟต์ที่มีอยู่บางตัว ด้วยลิฟต์ที่วิ่งเร็วกว่าเท่านั้นที่สามารถให้การบริการดีกว่าเดิม แต่ว่าต้นทุนของวิธีการทั้งสองสูงกว่าประโยชน์ที่ทางผู้จัดการจะได้รับมาก ดังนั้นถ้ากล่าวกันจริงๆแล้ว ไม่มีวิธีใดที่ดีพอที่ควรจะใช้เลย บรรดาวิศวกรจึงปล่อยให้ผู้จัดการตึกเป็นคนตัดสินปัญหาเอง


ผู้จัดการตึกของเราก็เรียกประชุมบรรดาลูกจ้างทุกคน เพื่อขอความเห็นว่ากันตามความเป็นจริงแล้ว ผู้จัดการน้อยคนนักที่จะปฏิบัติเช่นผู้จัดการตึกของเราคนนี้ เขาพูดถึงปัญหาของลิฟต์ให้บรรดาลูกจ้างฟังและขอความเห็นจากลูกจ้างที่เข้าประชุม ได้มีผู้แสดงความคิดเห็นและให้ข้อแนะนำหลายอย่าง แต่ว่าข้อคิดเห็นนั้นก็ถูกยกเลิกไปก่อนที่จะผ่านวาระการประชุมเสมอ


การประชุมเริ่มดำเนินการช้าลง จนกระทั้งหนุ่มผู้หนึ่ง ซึ่งทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยของแผนกบุคคลและได้นั่งเงียบมาตลอด เค้าได้แสดงความคิดเห็นของเขาบ้าง เขาอธิบายความเห็นอย่างสั้นๆ และกินเวลาครู่เดียว


ทุกคนในที่ประชุมเห็นด้วยกับข้อเสนอของเขาทันที


หลักจากนั้นสองสามสัปดาห์ก็ไม่มีเสียงบ่นจากผู้ใช้ลิฟต์อีกเลย ปัญหาต่างๆ ได้หมดไปอย่างสิ้นเชิง นอกจากนี้ค่าใช้จ่ายในการแก้ปัญหาก็น้อยมาก


^^วิธีการที่ทางผู้จัดการใช้คือ เขาติดตั้งกระจกขนาดใหญ่บนผนังข้างๆ ลิฟต์ของทุกๆชั้น


ชายหนุ่มสมองใสคนนั้นใช้หลักจิตวิทยาเข้าช่วยในการคำนึงถึงสาเหตุที่คนบ่นว่าลิฟต์ช้า เขาคิดว่าความเบื่อหน่ายในการรอลิฟต์เป็นสาเหตุดังกล่าว แท้จริงแล้วช่วงเวลาที่คนเหล่านั้นรอลิฟต์ค่อนข้างน้อยมาก แต่พวกเขาคิดว่านาน เพราะพวกเขาไม่มีอะไรทำในระหว่างยืนรออยู่ ชายหนุ่มคนนี้เสนอบางสิ่งบางอย่างให้คนพวกนี้ทำคือ ให้พวกเขามองดูตัวเองและผู้อื่น (โดยเฉพาะเพศตรงข้าม) ในกระจก สิ่งนี้ทำให้ทุกคนที่รอลิฟต์มีอะไรบางสิ่งบางอย่าง ที่ไม่เบื่อหน่ายทำ


เค้าเลยบอกมานะครับว่า...ปัญหาหนึ่งๆ ย่อมมีวิธีแก้ไขได้หลากหลายเสมอๆ เหมือนเหรียญที่มีอยู่ เหรียญยังมีตั้งสองด้าน


พวกเรามักใช้ความเคยชิน(ยึดถือปฏิบัติตามๆกันมา)ใช้ในการแก้ปัญหา มากกว่า"ตรรกะ"(ความคิด, ความตรึกตรอง)นั่นเองครับ


^^ จงคิดให้นอกกรอบ ...เพราะ เหมือนคือ ไม่แตกต่าง..

PP

PP


..... จง พิเคราะห์ ให้เหมาะความ .....

PP


มองตน ... พัฒนาตน ...

PP


มีเทียนอยู่ 4 เล่ม ซึ่งกำลังจะดับลง บรรยากาศในห้องเงียบจนได้ยินเสียงเทียนทั้ง4 คุยกัน


 


เทียนเล่มที่ 1 เอ่ยว่า  โลกเราเอาแต่ต่อสู้แก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกัน มนุษย์คิดแต่จะเบียดเบียนกัน


ไม่มีใครคิดจะปกป้องฉันเลย ในฐานะที่ฉันเป็นเทียนแห่งสันติภาพ


ฉันคงต้องจากไปแล้ว  แล้วเทียนเล่มที่ 1 ก็ดับลง



เทียนเล่มที่ 2 เอ่ยว่าส่วนฉันคือเทียนแห่งความเชื่อ ฉันคงหมดประโยชน์ที่จะส่องสว่างต่อไปแล้ว  


คนไม่มีความเชื่อใจกันเลย จากนั้นสายลมอันแผ่วเบาก็พัดเทียนเล่มที่ 2 ดับลง



เทียนเล่มที่ 3 เอ่ยว่า ส่วนฉันคือเทียนแห่งความรัก แต่ทุกวันนี้ ผู้คนกลับเอารักออกไปจากใจ


ไม่มีความรักอันบริสุทธิ์มอบให้กัน มีแต่ความเห็นแก่ตัว ไม่มีใครเข้าใจความสำคัญของฉัน  


ฉันไม่มีกำลังพอที่จะส่องสว่างอีกต่อไปแล้ว ลาก่อน  แล้วเทียนเล่มที่ 3 ก็ดับลงไป 



แต่ไม่ทันที่เทียนเล่มที่ 4 จะได้เอ่ย  ก็มีเด็กน้อยเปิดประตูเข้ามาในห้อง  


เมื่อเห็นเทียนทั้ง 3 เล่มดับลง  เด็กน้อยก็ร้องห่มร้องไห้ เทียนเล่มที่ 4 ก็เอ่ยขึ้นว่า


“อย่าได้เสียใจไปเลย ฉันคือเทียนแห่งความหวัง  และฉันยังส่องสว่างอยู่  


หยิบฉันแล้วจุดที่เทียนทั้ง 3 เล่มสิ" 


เมื่อเด็กน้อยนำเทียนแห่งความหวัง  จุดไปที่เทียนทั้ง 3 เล่ม  


แล้วเทียนแห่งสันติภาพ เทียนแห่งความเชื่อ  และเทียนแห่งความรักก็สว่างขึ้น



เพราะความหวังทำให้ชีวิตยังมีความหมาย  เพราะความหวังทำให้คนที่ป่วยไม่สบาย


พิการยังสู้เพื่อมีชีวิตต่อ เพราะความหวัง ทำให้คนที่กำลังเผชิญกับสึนามิของปัญหา


มีกำลังใจยืนหยัด ยืนยง  มั่งคงอยู่ได้ 



เพราะฉะนั้น  เมื่อไหร่ก็ตามที่มีใครสักคนเล่าความหวังให้เราฟัง


ขอให้รู้ว่านั่นอาจจะเป็นเสมือนเทียนเล่มสุดท้าย  และมันอาจเป็นความหวังที่มากไปกว่าเพื่อตัวของเขาเอง  



หน้าที่ของเราคือ  ไม่ว่าเราจะช่วยได้หรือไม่ก็ตาม  อย่าไปดับความหวัง หรือความฝันของใคร


โปรดช่วยกันรักษาความหวังของทุกๆ คนที่รู้จักเพราะนั่นอาจเป็นความหวังสุดท้ายของใครบางคน


และอีกหลายคนที่อยู่รอบข้าง จงเป็นความหวังและกำลังใจแก่คนที่เรารัก และบุคคลรอบข้าง

PP

PP

Webboardแสดงความคิดเห็น
เยี่ยม   แย่   แย่   แย่   เขิน   หยอกล้อ  ตกใจ  ร้องไห้   สงสัย   ขอโทษ   หดหู่   อย่าน่ะ   ต่อว่า   โอเค
รูปภาพ
(นามสกุลไฟล์ควรเป็น [ jpg , jpeg , gif ] และไฟล์ไม่เกิน 3 MB.)
*ชื่อ
*สถานะ  
*อีเมล
ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง
*รหัสยืนยัน

หมายเหตุ : : กรุณากรอกข้อมูลที่มี * ทุกช่อง

view
ขนาดถังน้ำมันมาตรฐานพร้อมส่ง (Sizeมาตรฐาน)

view